Namo tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
Vuttodayaṃ
วุตโตทัย
1. Saññāparibhāsāniddesa-paṭhamapariccheda
๑. ปริจเฉทที่ ๑ ว่าด้วยการกำหนดชื่อและคำนิยาม
Ratanattayappaṇāma
การนอบน้อมพระรัตนตรัย
1.
๑.
Nama’tthu jana santāna, tama santāna bhedino;
Dhammu’jjalanta rucino, munindo’dāta rocino.
ขอนอบน้อมแด่พระจอมมุนี ผู้ทำลายความมืดในสันดานของหมู่ชน ผู้มีรัศมีแห่งธรรมอันรุ่งเรือง ผู้มีรัศมีอันบริสุทธิ์
Nimitta
นิมิต (เครื่องหมาย)
2.
๒.
Piṅgalā’cariyādīhi, chandaṃ ya muditaṃ purā;
Suddhamāgadhikānaṃ taṃ, na sādheti yathicchitaṃ.
ฉันท์ที่อาจารย์ปิงคละเป็นต้นแต่งไว้ก่อนนั้น ไม่สำเร็จตามที่ผู้ต้องการฉันท์ภาษามาคธีบริสุทธิ์ปรารถนา
Ganthaparimāṇa
ประมาณแห่งคัมภีร์
3.
๓.
Tato māgadhabhāsāya, mattā,vaṇṇa,vibhedanaṃ;
Lakkhya lakkhaṇa saṃyuttaṃ, pasanna’ttha,pada,kkamaṃ.
เพราะเหตุนั้น การจำแนกมาตราและอักษรด้วยภาษามาคธี ซึ่งประกอบด้วยลักษยะและลักษณะ มีเนื้อความ บท และลำดับบทอันแจ่มแจ้ง
Abhidhānādi
อภิธานเป็นต้น
4.
๔.
Idaṃ vuttodayaṃ nāma, lokiya’cchandanissitaṃ;
Ārabhissa’mahaṃ dāni, tesaṃ sukhavibuddhiyā.
บัดนี้ ข้าพเจ้าจักเริ่มแต่งคัมภีร์วุตโตทัยนี้ ซึ่งอาศัยฉันท์ทางโลก เพื่อความเข้าใจง่ายของท่านเหล่านั้น
Gaṇasaṅketasaññā
การกำหนดชื่อสังเกตคณะ
5.
๕.
Sabbaglā mnā,’digalahū, bhyā’,majjha’nta garū jasā;
Majjha’ntalā ra,te’te’ṭṭha, gaṇā go garu,lo lahu.
คณะมะมีครุทั้งหมด คณะนะมีลหุทั้งหมด คณะภะมีครุอยู่ต้น คณะยะมีลหุอยู่ต้น คณะชะมีครุอยู่กลาง คณะสะมีครุอยู่ท้าย คณะระมีลหุอยู่กลาง คณะตะมีลหุอยู่ท้าย เหล่านี้คือคณะ ๘ คณะ ครุ และ ลหุ
Gaṇaniyama
การกำหนดคณะ
6.
๖.
Bha,ja,sā [Pg.192] sabbaga,lahū, pañci’me saṇṭhitā gaṇā;
Ariyādimhi viññeyyā, gaṇo idha catu’kkalo.
คณะ ๕ เหล่านี้ คือ ภะ ชะ สะ นะ และมะ พึงทราบว่าตั้งอยู่ในฉันท์อริยาเป็นต้น ในที่นี้ คณะมี ๔ มาตรา
Garu,lahusarūpa
ลักษณะของครุและลหุ
7.
๗.
Saṃyogā’di ca, dīgho ca, niggahītaparo ca, yo;
Garu, vaṅko, pādanto,vā, rasso’ñño mattiko lu’ju.
อักษรที่อยู่หน้าพยัญชนะสังโยค สระเสียงยาว และอักษรที่มีนฤคหิตตามหลัง เป็นครุ (มีเครื่องหมายโค้ง) หรืออักษรท้ายบาท อักษรอื่นที่เป็นสระเสียงสั้น เป็นลหุ (มีเครื่องหมายตรง)
8.
๘.
Pare pādādisaṃyoge, yo pubbo garuka’kkharo;
Lahu sa kvaci viññeyyo, tadudāharaṇaṃ yathā.
อักษรครุที่อยู่หน้าสังโยคซึ่งอยู่ต้นบาทถัดไป พึงทราบว่าเป็นลหุในบางแห่ง ตัวอย่างเช่น
9.
๙.
Dassanarasā’nubhāvane, nibaddhagedhā jinassa’yaṃ janatā;
Vimhayajananī saññata, kriyā nu kaṃ nā’nurañjayati.
หมู่ชนของพระชินเจ้าผู้มีความผูกพันมั่นคงในการเสวยรสแห่งการเห็นนี้ ยังความอัศจรรย์ให้เกิดขึ้น การกระทำที่สำรวมแล้ว ย่อมไม่ยังใครให้ยินดีหรือ
10.
๑๐.
Viññeyyā lokato saññā, samuddo,su,rasādinaṃ;
Pādoñeyyo catutthaṃ’so, padacchedo yatī bhave.
พึงทราบชื่อจากโลก เช่น สมุทท สุ รส เป็นต้น พึงทราบว่าบาทเป็นส่วนที่ ๔ การตัดบทพึงเป็นยติ
11.
๑๑.
Sama,maḍḍhasamaṃ, vuttaṃ, visamaṃ cā’paraṃ tidhā;
Samā lakkhaṇato pādā, cattāro yassa taṃ samaṃ.
ฉันท์มี ๓ อย่าง คือ สมะ อัฑฒสมะ และวิสมะ ฉันท์ใดมีบาททั้ง ๔ มีลักษณะเสมอกัน ฉันท์นั้นชื่อว่าสมะ
12.
๑๒.
Yassa’ntimena dutiyo, tatiyenā’dimo samo;
Ta’daḍḍhasama, maññaṃ tu, bhinna lakkhaṇa pādikaṃ.
ฉันท์ใด บาทที่ ๒ เสมอกับบาทที่ ๔ บาทที่ ๑ เสมอกับบาทที่ ๓ ฉันท์นั้นชื่อว่าอัฑฒสมะ ส่วนฉันท์อื่นมีบาทมีลักษณะต่างกัน (ชื่อว่าวิสมะ)
13.
๑๓.
Pāda’mekakkharā’rabbha, yāva chabbīsata’kkharā;
Bhave pādehi taṃ chandaṃ, nānānāmo’ditaṃ tato.
ฉันท์นั้นมีบาทเริ่มตั้งแต่ ๑ อักษร จนถึง ๒๖ อักษร มีชื่อต่างๆ กันที่กล่าวไว้
14.
๑๔.
Daṇḍakā caṇḍavuṭṭhyā’di, pādehi chahi, tīhi tu;
‘Gāthā’ti ca paratthe’vaṃ, chando saññā pakāsitā.
ฉันท์ทัณฑกะ เช่น จัณฑวุฏฐิ เป็นต้น มีคณะ ๖ หรือ ๓ ในบาท และในที่อื่น ฉันท์ชื่อว่าคาถา ชื่อฉันท์ได้ประกาศไว้แล้วอย่างนี้
15.
๑๕.
Anantaro’ditaṃ ca’ñña, metaṃ sāmañña nāmato;
‘Gāthā’icceva niddiṭṭhaṃ, munindavacane pana.
และฉันท์อื่นที่กล่าวไว้ก่อนนี้ โดยชื่อสามัญ ได้ถูกกำหนดว่าเป็นคาถาเท่านั้น แต่ในพระพุทธพจน์
16.
๑๖.
Visesanāmato kiñci, gahetvā sabbatho’citaṃ;
Dassayissāma’haṃ te’ttha, nāmānā’vi bhavissare.
ข้าพเจ้าจักแสดงชื่อพิเศษบางอย่างในที่นี้ โดยถือเอาสิ่งที่เหมาะสมทั้งหมด ชื่อทั้งหลายจักปรากฏ
Iti vuttodaye chandasi saññāparibhāsā niddeso nāma
การกำหนดชื่อและคำนิยามในฉันท์วุตโตทัย ชื่อว่า
Paṭhamo paricchedo.
ปริจเฉทที่ ๑
2. Mattāvuttiniddesa-dutiyapariccheda
๒. ปริจเฉทที่ ๒ ว่าด้วยการกำหนดมาตราฉันท์
Gaṇaniyama
การกำหนดคณะ
17.
๑๗.
Chaṭṭho’khilalahu,jo [Pg.193] vā,Gayutā’ññe,cha’ggaṇā,na jo visame,;
Ariyāya’ntaḍḍhe lo, chaṭṭho,’nte go,gaṇā cha’ññe.
คณะที่ 6 เป็นลหุล้วน หรือเป็น ช คณะ, คณะที่เหลือเป็นคณะที่มี 4 มาตรา, ไม่เป็น ช คณะในบาทคี่; ในกึ่งหลังของอริยาฉันท์ คณะที่ 6 เป็นลหุเพียงตัวเดียว, ในที่สุดเป็นครุ, คณะที่เหลือเป็นคณะที่มี 4 มาตรา.
Yatiniyama
กฎแห่งยติ
18.
๑๘.
Paṭhamaḍḍhe chaṭṭho ce,Sabbalahe,’tthā’dilahuni bhavatiyati;
Tapparako,ntepi, sace, carimepi, bhavati catuttho’nte.
ในกึ่งแรก หากคณะที่ 6 เป็นลหุล้วน ยติย่อมมีที่ลหุตัวแรก; หากคณะที่ 6 นั้นมีอักษรอื่นตามหลัง (เป็น ช คณะ) ยติย่อมมีแม้ในที่สุดของคณะนั้น; หากเป็นกึ่งหลัง ยติย่อมมีที่มาตราที่ 4 ในตอนท้าย.
19. Ariyāsāmaññaṃ ce, pubbo’dita lakkhaṇaṃ bhave yassā.
๑๙. หากฉันท์ใดมีลักษณะตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ฉันท์นั้นชื่อว่า อริยาสามัญ.
20. Ādima’matha pādayugaṃ, yassā tyaṃ’sehi sā pathyā.
๒๐. หากฉันท์ใดมีบาทคู่แรก (กึ่งแรก) ประกอบด้วยลักษณะเหล่านั้น ฉันท์นั้นชื่อว่า ปัฐยา.
21.
๒๑.
Yattha gaṇattaya mullaṅghi,Yo’bhayatthā’dimo bhave vipulā.
ในที่ใด คณะที่ 2 ไม่จบคำในคณะที่ 3 (ข้ามคณะ) ในกึ่งทั้งสอง ฉันท์นั้นชื่อว่า วิปุลา.
22. Garumajjhago jakāro, catutthako dutiyako capalā.
๒๒. หากคณะที่ 2 และคณะที่ 4 เป็น ช คณะ (ซึ่งมีครุอยู่กลาง) ฉันท์นั้นชื่อว่า จปลา.
23.
๒๓.
Capalā’gatā’khilaṃ ce, dalā’dimaṃ lakkhaṇaṃ bhajati yassā;
Pathyālakkhaṇa’maññaṃ, mukhacapalā nāma sā bhavati.
หากฉันท์ใดมีลักษณะของจปลาในกึ่งแรกทั้งหมด และมีลักษณะของปัฐยาในกึ่งหลัง ฉันท์นั้นชื่อว่า มุขจปลา.
24.
๒๔.
Pathyāya lakkhaṇaṃ ce, paṭhamaḍḍhe lakkhaṇaṃ tu capalāya;
Dutiye dale’tha yassā, pakittitā sā jaghanacapalā.
หากฉันท์ใดมีลักษณะของปัฐยาในกึ่งแรก และมีลักษณะของจปลาในกึ่งหลัง ฉันท์นั้นชื่อว่า ชฆนจปลา.
Ariyājātiyo.
อริยาชาติ (ประเภทแห่งอริยาฉันท์).
25.
๒๕.
Sabbaṃpaṭhamadale yadi, lakkhaṇa’mariyāya vutta’mubhayesu;
Yassā dalesu yuttaṃ,Vuttā sā gīti vutta yati lalitā.
หากลักษณะที่กล่าวไว้ในกึ่งแรกของอริยาฉันท์ มีอยู่ในกึ่งทั้งสองของฉันท์ใด ฉันท์นั้นท่านเรียกว่า คีติ ซึ่งมีการหยุดจังหวะ (ยติ) ที่งดงาม.
26.
๒๖.
Ariyāyaṃ dutiya’ḍḍhe, gaditā’khilalakkhaṇaṃ yaṃ taṃ;
Bhavati dalesu’bhayesupi,Yadi yassā sā’ya mupagīti.
หากลักษณะทั้งหมดที่กล่าวไว้ในกึ่งหลังของอริยาฉันท์ มีอยู่ในกึ่งทั้งสองของฉันท์ใด ฉันท์นั้นชื่อว่า อุปคีติ.
27.
๒๗.
Ariyāya’ḍḍhadvitayaṃ, pubbodita lakkhaṇo’petaṃ;
Vipariyayenā’bhihitaṃ,Yassā sambhavati ce’ha so’ggīti.
หากกึ่งทั้งสองของอริยาฉันท์ซึ่งประกอบด้วยลักษณะที่กล่าวมาแล้ว สลับที่กัน ฉันท์นั้นชื่อว่า อัคคีติ.
28.
๒๘.
Ariyāpubba’ḍḍhaṃ [Pg.194] yadi, garune’kenā’dhikena nidhane yuttaṃ;
Yadi pubba’ḍḍhasamānaṃ, dala mitaraṃ co’ditā’ya’mariyāgīti.
หากกึ่งแรกของอริยาฉันท์ประกอบด้วยครุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัวในตอนท้าย และกึ่งที่เหลือก็เหมือนกับกึ่งแรกนั้น ฉันท์นั้นชื่อว่า อริยาคีติ.
Gītijātiyo.
คีติชาติ (ประเภทแห่งคีติฉันท์).
29.
๒๙.
Visame cha siyuṃ kalā mukhe,Same tva’ṭṭha, ra,la,gā, tato’pari;
Vetālīyaṃ ta muccate, lahu chakkaṃ na nirantaraṃ same.
ในบาทคี่มี 6 มาตราในตอนต้น ในบาทคู่มี 8 มาตรา ต่อจากนั้นเป็น ร คณะ, ลหุ และครุ ฉันท์นั้นเรียกว่า เวตาลี ในบาทคู่ไม่ควรมีลหุ 6 ตัวติดต่อกัน.
30.
๓๐.
Vetālīyopamaṃ mukhe taṃ,Opacchandasakaṃ ra,yā ya’dante.
ฉันท์ที่มีตอนต้นเหมือนเวตาลี แต่มี ร คณะ และ ย คณะ ในตอนท้าย ชื่อว่า โอปัจฉันทสกะ.
31. Āpātalikā kathitā’yaṃ, bhagagā’nte yadi pubbamiva’ññaṃ.
๓๑. หากมี ภ คณะ, ครุ และครุ ในตอนท้าย ส่วนที่เหลือเหมือนที่กล่าวมาแล้ว ฉันท์นี้เรียกว่า อาปาตลิกา.
32.
๓๒.
Yadā’dito dakkhiṇantikā,Ṭhite’ttha pādesvā’khilesu jo.
เมื่อมี ช คณะ ตั้งอยู่ในตอนต้นของทุกบาท ฉันท์นั้นชื่อว่า ทักขิณันติกา.
33.
๓๓.
‘Udiccavuttī’ti vuccate,Jo cā’do visamesu saṇṭhito.
หากมี ช คณะ ตั้งอยู่ในตอนต้นของบาทคี่ ฉันท์นั้นเรียกว่า อุทีจจวุตติ.
34. Pubbattha, samesu ce ga, jā, ‘paccavutti’ ruditā’ti saṇṭhitā.
๓๔. ในฉันท์ที่กล่าวมาแล้ว หากในบาทคู่มี ครุ และ ช คณะ ตั้งอยู่ ฉันท์นั้นเรียกว่า ปัจจวุตติ.
35.
๓๕.
Samāsamā’trā’dinaṃ samā,Saṃyutā bhavati taṃ pavattakaṃ.
หากบาทที่มีมาตราเท่ากันและไม่เท่ากัน (อุทีจจวุตติและปัจจวุตติ) ผสมกัน ฉันท์นั้นชื่อว่า ปวัตตกะ.
36. Assa sā sama katā’ parantikā.
๓๖. หากปวัตตกะนั้นทำให้มีมาตราเท่ากันในทุกบาท ฉันท์นั้นชื่อว่า อปรันติกา.
37. Tada’ññajā cāruhāsinī.
๓๗. หากเกิดจากคณะอื่นนอกจากนั้น ฉันท์นั้นชื่อว่า จารุหาสินี.
Vetālīyajātiyo.
เวตาลียชาติ (ประเภทแห่งเวตาลีฉันท์).
38. Dvika vihata vasu lahu acaladhiti ri’ha.
๓๘. ลหุ 16 ตัว (8 คูณ 2) ในที่นี้เรียกว่า อจลธิติ.
39. Mattāsamakaṃ navamo lga’nte.
๓๙. มาตราสมกะ มีลหุและครุในตอนท้ายของพยางค์ที่ 9.
40. Jo nlā’ thavā’ṇṇavā visiloko.
๔๐. หากมี ช คณะ, น คณะ และลหุ หรือมี ภ คณะ 2 คณะ และครุ (อรรณวะ) ฉันท์นั้นชื่อว่า วิสิโลกะ.
41. Tadvayato vānavāsikā’khyā.
๔๑. จากทั้งสองอย่างนั้นรวมกัน เรียกว่า วานวาสิกา.
42. Pañca,ṭṭha,navasu yadi lo citrā.
๔๒. หากมีลหุในตำแหน่งที่ 5, 8 และ 9 ฉันท์นั้นชื่อว่า จิตรา.
43. Ga,lyā’ṭṭhahi ce’sā vu’pacitrā.
๔๓. หากนางกัลยานั้นประดับด้วย ๘ (มาตรา) ชื่อว่าวูปจิตรา.
44.
๔๔.
Ya’matīta lakkhaṇa visesa yutaṃ, (citrā)Mattā samā’di pādā’bhihitaṃ;
(Visiloka)Aniyata vutta parimāṇa sahitaṃ, (vānavāsikā)Pathitaṃ janesu pādākulakaṃ. (visiloka)
คาถาใดประกอบด้วยลักษณะพิเศษที่กล่าวมาแล้ว (จิตรา) มีบาทที่กล่าวแล้วด้วยมาตราสมะเป็นต้น (วิสิโลกะ) ประกอบด้วยปริมาณที่มิได้ระบุไว้แน่นอน (วานวาสิกา) คาถานั้นอันชาวโลกทราบกันว่า ปาทากุลกะ (วิสิโลกะ).
Mattāsamaka jātiyo.
มาตราสมกชาติทั้งหลาย.
45.
๔๕.
Vinā [Pg.195] vaṇṇehi mattā gā, vinā vaṇṇā garūhi tu;
Vinā lahūhi garavo, dale pathyādino matā.
มาตราพฤติไม่มีกำหนดพยางค์, ส่วนวรรณพฤติไม่มีกำหนดครุ, ครุทั้งหลายไม่มีกำหนดลหุ, ท่านถือเอาในบาทแห่งปัทยาฉันท์เป็นต้น.
Iti vuttodaye chandasi mattāvuttiniddeso nāma
ในคัมภีร์วุตโตทัยฉันท์ นี้คือการแสดงมาตราพฤติ.
Dutiyo paricchedo.
ปริจเฉทที่ ๒.
3. Samavuttiniddesa-tatiyapariccheda
๓. ปริจเฉทที่ ๓ แสดงสมวฤตติ.
46. Tyā’ ce tanumajjhā.
๔๖. หากมี ต คณะ และ ย คณะ ชื่อว่าตนุมัชฌา.
Gāyattī.
คายัตตรี (ฉันท์ ๖ พยางค์).
47. Kumāra lalitā jsgā.
๔๗. หากมี ช คณะ ส คณะ และครุ ๒ ชื่อว่ากุมารลลิตา.
Uṇhikā.
อุษณิกา (ฉันท์ ๗ พยางค์).
48. Citrapadā yadi bhā gā.
๔๘. หากมี ภ คณะ ๒ และครุ ๒ ชื่อว่าจิตราปทา.
49. Mo mo go go vijjummālā.
๔๙. หากมี ม คณะ ๒ และครุ ๒ ชื่อว่าวิชชุมาลา.
50. Bhā ta, la, gā māṇavakaṃ.
๕๐. หากมี ภ คณะ ต คณะ ลหุ และครุ ชื่อว่ามาณวกะ.
51. Glā samānikā ra,jā ca.
๕๑. หากมี ร คณะ ช คณะ ครุ และลหุ ชื่อว่าสมานิกา.
52. Pamāṇikā ja, rā la, gā.
๕๒. หากมี ช คณะ ร คณะ ลหุ และครุ ชื่อว่าปมาณิกา.
Anuṭṭhubhā.
อนุฏฐุภา (ฉันท์ ๘ พยางค์).
53. Rā na,sā yadi halamukhī.
๕๓. หากมี ร คณะ น คณะ และ ส คณะ ชื่อว่าหลมุขี.
54. Bhujaga susu saṭā nā mo.
๕๔. หากมี น คณะ ๒ และ ม คณะ ชื่อว่าภุชคสุสุสฏา.
Brahatī.
พฤหตี (ฉันท์ ๙ พยางค์).
55. Msājgā suddhavirājitaṃ mataṃ.
๕๕. หากมี ม คณะ ส คณะ ช คณะ และครุ ท่านเรียกว่าสุทธวิราชิตะ.
56. Mnā yo go yadi paṇavo khyāto.
๕๖. หากมี ม คณะ น คณะ ย คณะ และครุ ชื่อว่าปณวะ.
57. Mbhā sa,gayuttā rummavatī sā.
๕๗. หากประกอบด้วย ม คณะ ภ คณะ ส คณะ และครุ ชื่อว่ารุมมวตี.
58. Ñeyyā mattā ma, bha, sa, gayuttā.
๕๘. พึงทราบว่า หากประกอบด้วย ม คณะ ภ คณะ ส คณะ และครุ ชื่อว่ามัตตา.
59. Campakamālā ce bha, ma, sā go.
๕๙. หากมี ภ คณะ ม คณะ ส คณะ และครุ ชื่อว่าจัมปกมาลา.
60. Na, ra, ja, gehi sā manoramā.
๖๐. หากมี น คณะ ร คณะ ช คณะ และครุ ชื่อว่ามโนรมา.
61. Ubbhāsakaṃ taṃ ce to ma, rā lca.
๖๑. หากมี ต คณะ ๒ ม คณะ ร คณะ ลหุ และครุ ชื่อว่าอุพภาสระ.
62. To jā garunā’ya’mupaṭṭhitā.
๖๒. หากมี ต คณะ ๒ ช คณะ และครุ ชื่อว่าอุปัฏฐิตา.
Panti.
ปันติ (ฉันท์ ๑๐ พยางค์).
63. Indādikā [Pg.196] tā vajirā ja, gā go.
๖๓. หากมี ต คณะ ๒ ช คณะ และครุ ๒ ชื่อว่าอินทรวิเชียร.
64. Upādikā sā’va ja,tā ja,gā go.
๖๔. อุปาทิกาฉันท์นั้นแล มีคณะ ชะ ตะ ชะ คะ คะ.
65.
๖๕.
Anantaro’dīrita lakkhaṇā ce, (upendavajira)Pādā vimissā upajātiyo tā;
(Indavajira)Evaṃ kila’ññāsupi missitāsu, (indavajira)Vadanti jātisvida’ meva nāmaṃ. (upendavajira)
หากบาททั้งหลายมีลักษณะตามที่กล่าวมาแล้วในลำดับ (คืออินทรวิเชียรและอุเปนทรวิเชียร) ผสมกัน ท่านเรียกว่าอุปชาติ แม้ในฉันท์อื่น ๆ ที่ผสมกันอย่างนี้ ท่านก็เรียกชื่อว่าอุปชาติเช่นเดียวกัน.
66. Na, ja, ja, la, gā gaditā sumukhī.
๖๖. สุมุขีฉันท์ ท่านกล่าวว่ามีคณะ นะ ชะ ชะ ละ คะ.
67. Dodhaka micchati ce bha,bha,bhā gā.
๖๗. ถ้าต้องการโทธกะฉันท์ ก็มีคณะ ภะ ภะ ภะ คะ คะ.
68. Veda,ssehi,dhtā tgagā,sālinī sā.
๖๘. สาลิณีฉันท์นั้น มีคณะ ตะ ตะ คะ คะ โดยมีเวทะ (๔) และอัสสะ (๗) เป็นที่หยุด.
69. Vātommī sā, yati sā mbhā ta, gā go.
๖๙. วาโตมมีฉันท์นั้น มีคณะ มะ ภะ ตะ คะ คะ โดยมีการหยุดที่พยางค์ที่ ๔ และ ๗.
70. Bhā ta, na, gā go’su, rasa sirī sā.
๗๐. สุรสิรีฉันท์นั้น มีคณะ ภะ ตะ นะ คะ คะ โดยมีอสุ (๕) และรส (๖) เป็นที่หยุด.
71. Ro na, rā iha rathoddhatā la, gā.
๗๑. รถอดธตาฉันท์นี้ มีคณะ ระ นะ ระ ละ คะ.
72. Svāgate’ti ra, na, bhā garukā dve.
๗๒. สวาคตาฉันท์นี้ มีคณะ ระ นะ ภะ คะ คะ.
73. Na,na,ra,lahu,garūhi bhaddikā.
๗๓. ภัททิกาฉันท์ มีคณะ นะ นะ ระ ละ คะ.
Tiṭṭhubhā.
ติฏฐุภาฉันท์.
74. Vadanti vaṃsaṭṭhami’daṃ ja, tā ja, rā.
๗๔. บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า วังสัฏฐะฉันท์นี้ มีคณะ ชะ ตะ ชะ ระ.
75. Sā indavaṃsā khalu yattha tā ja,rā.
๗๕. อินทรวงศ์ฉันท์นั้นแล คือฉันท์ที่มีคณะ ตะ ตะ ชะ ระ.
76. Idha toṭaka mambudhi,sehi mitaṃ.
๗๖. ในปกรณ์นี้ โตฏกะฉันท์ ท่านกำหนดด้วยสะคณะ ๔.
77. Dutavilambita māha na, bhā bha,rā.
๗๗. บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า ทุตวิลัมพิตะฉันท์ มีคณะ นะ ภะ ภะ ระ.
78. Vasu yuga viratī nā,myā’ puṭo’yaṃ.
๗๘. ปุฏะฉันท์นี้ มีคณะ นะ มะ ยะ โดยมีการหยุดที่พยางค์ที่ ๘ และ ๔.
79. Na, ya, sahitā nyā’ kusumavicittā.
๗๙. กุสุมวิจิตตาฉันท์ มีคณะ นะ ยะ นะ ยะ.
80. Bhujaṅga’ppayātaṃ bhave veda, yehi.
๘๐. ภุชงคัปปยาตะฉันท์ พึงมีด้วยยะคณะ ๔.
81. Na, bha, ja, rehi bhavati’ppiyaṃvadā.
๘๑. ปิยัมวทาฉันท์ มีคณะ นะ ภะ ชะ ระ.
82. Vuttā sudhīhi lalitā ta, bhā ja, rā.
๘๒. บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า ลลิตาฉันท์ มีคณะ ตะ ภะ ชะ ระ.
83. Pamitakkharā sa, ja, sa,sehu’ditā.
๘๓. ปมิตักขราฉันท์ ท่านกล่าวว่ามีคณะ สะ ชะ สะ สะ.
84. Na,na,bha,ra,sahitā’bhihitu’jjalā.
๘๔. อุชชลาฉันท์ มีคณะ นะ นะ ภะ ระ.
85. Pañca’ssa’cchinnā, vessadevī ma,mā yā.
๘๕. เวสสเทวีฉันท์ มีคณะ มะ มะ ยะ ยะ โดยมีการหยุดที่พยางค์ที่ ๕ และ ๗.
86. Bhavati [Pg.197] hi tāmarasaṃ na, ja, jā yo.
๘๖. ตามรสะฉันท์ มีคณะ นะ ชะ ชะ ยะ.
87. ‘Kamalā’ti ñeyyā sa,ya,sehi yo ce.
๘๗. กมลาฉันท์ พึงทราบว่ามีคณะ สะ ยะ สะ ยะ.
Jagatī.
ชคตีฉันท์.
88. Mnā jrā go, tidasayati’ppahassiṇī sā.
๘๘. ปหาสินีฉันท์นั้น มีคณะ มะ นะ ชะ ระ คะ โดยมีการหยุดที่พยางค์ที่ ๓ และ ๑๐.
89. Catu,ggahe,hi’ha rucirā, ja,bhā sja,gā.
๘๙. รุจิราฉันท์นี้ มีคณะ ชะ ภะ สะ ชะ คะ โดยมีการหยุดที่พยางค์ที่ ๔ และ ๙.
Atijagatī.
อติชคตีฉันท์.
90. Na,na,ra,sa,lahu,gā,sarehi’parājitā.
๙๐. อปราชิตาฉันท์ มีคณะ นะ นะ ระ สะ ละ คะ โดยมีการหยุดที่พยางค์ที่ ๗.
91. Na,na,bha,na,la,gi’ti,ppaharaṇakalikā.
๙๑. ปปหรณกลิกา มีคณะเป็น น น ภ น ล ค
92. Vuttā vasantatilakā ta,bha,jā ja,gā go.
๙๒. วสันตติลกา กล่าวไว้ว่ามีคณะเป็น ต ภ ช ช ค ค
Sakkarī.
สักกะรี
93. Dvihata haya lahu ra’tha gi’ti sasikalā.
๙๓. ศศิกะลา มี ลหุ ร คณะ และครุ มี ๑๔ พยางค์
94. Vasu,haya,yati ri’ha,maṇiguṇanikaro.
๙๔. มณิคุณนิกร มี ร คณะ และหยุดที่ ๘ และ ๗
95. Na,na,ma,ya,ya,yutā’yaṃ,mālinī bhogi’sīhi.
๙๕. มาลินี ประกอบด้วย น น ม ย ย และหยุดที่ ๘ และ ๗
96. Bhavati na,jā,bha,jā rasahitā pabhaddakaṃ.
๙๖. ปภัททกะ มีคณะเป็น น ช ภ ช และหยุดที่ ๖
Atisakkarī.
อติสักกะรี
97. Na,ja,bha,ja,rā sadā bhavati vāṇinī ga, yuttā.
๙๗. วาณินี ย่อมเป็นเสมอด้วย น ช ภ ช ร ค
Aṭṭhi.
อัฏฐิ
98. Ya, mā no so bhalgā, rasa, haravirāmā sikharaṇī.
๙๘. สิขรณี มี ย ม น ส ภ ล ค และหยุดที่ ๖ และ ๑๑
99. Rasa, yugi, sito, no so mrā slā, gya’dā hariṇī tadā.
๙๙. หริณี มี น ส ม ร ส ล ค และหยุดที่ ๖, ๔, ๗
100. Mandakkantā, ma,bha,na,ta,ta,gā, go yugu,tva,ssakehi.
๑๐๐. มันทักกันตา มี ม ภ น ต ต ค ค และหยุดที่ ๔, ๖, ๗
Accaṭṭhi.
อัจจัฏฐิ
101. Mo to no yo yā, kusumitalatā, vellitā’ kkhu,tvi,sīhi.
๑๐๑. กุสุมิตลตาเวลลิตา มี ม ต น ย ย ย และหยุดที่ ๕, ๖, ๗
Dhuti.
ธุติ
102. Rasu,tva,ssehi ymā, na,sa,ra,ra,garū, meghavipphujjitā sā.
๑๐๒. เมฆวิปผุชชิตา นั้น มี ย ม น ส ร ร ค และหยุดที่ ๖, ๖, ๗
103. Akkassehi yati msa,jāsa,ta,ta,gā, saddūlavikkīḷitaṃ.
๑๐๓. สัททูลวิกกีฬิตะ มี ม ส ช ส ต ต ค และหยุดที่ ๑๒ และ ๗
Atidhuti.
อติธุติ
104. Vutta [Pg.198] mīdisaṃ tu nāmato ra,jā ra,jā ra,jā garū,lahū ca.
๑๐๔. กล่าวแล้วว่ามีชื่ออย่างนี้ คือมี ร ช ร ช ร ช ค ล ด้วย
Kati.
คติ
105. Mrā bhnā yo yo’tra yena,tti,muni, yatiyutā, sandharā kittitā’yaṃ.
๑๐๕. สันธรานี้ กล่าวแล้วว่ามี ม ร ภ น ย ย ย และหยุดที่ ๗, ๗, ๗
Pakati.
ปรกติ
106. O na,ra,nā ra,nā ca tha garū dasa,kka,viramañhi bhaddaka’midaṃ.
๑๐๖. ภัททกะนี้ มี น ร น ร น ถ ค และหยุดที่ ๑๐, ๑๒
Ākati.
อาคติ
Iti vuttodaye chandasi samavuttiniddeso nāma
ในคัมภีร์วุตโตทัยว่าด้วยฉันท์ ชื่อว่า สมวุตตินิเทศ ด้วยประการฉะนี้
Tatiyo paricchedo.
ปริจเฉทที่ ๓
4. Aḍḍhasamavuttiniddesa-catutthapariccheda
๔. อัฑฒสมวุตตินิเทศ ปริจเฉทที่ ๔
107.
๑๐๗.
Visame yadi sā sa,la,gā same,Bha,ttayato garukā vu’pacittaṃ.
ถ้าในบทคี่มี ส ส ล ค ในบทคู่มี ภ ๓ และครุ ชื่อว่าอุปจิตตะ
108.
๑๐๘.
Bha,ttayato yadi gā dutamajjhā;
Yadi punare’va bhavanti na, jā jyā.
ถ้ามี ภ ๓ และครุ ชื่อว่าทุตมัชฌา; ถ้ามี น ช ช ย อีก
109.
๑๐๙.
Yadi sa,ttitayaṃ garuyuttaṃ,Vegavatī yadi bha,ttitayā gā.
ถ้ามี สคณ ๓ ตัว และครุ (ในบาทคี่) และถ้ามี ภคณ ๓ ตัว และครุ (ในบาทคู่) ชื่อว่า เวคควัตตี
110.
๑๑๐.
To jo visame rato garū ce;
Smā jgā bhaddavirāja mettha go ce.
ถ้าในบาทคี่มี ตคณ ชคณ รคณ และครุ และในบาทคู่มี สคณ มคณ ชคณ และครุ ๒ ตัว ชื่อว่า ภัทรวิราช
111.
๑๑๑.
Visame sa, jā sa,garu,yuttā;
Ketumatī same bha,ra,na,gā go.
ในบาทคี่มี สคณ ชคณ สคณ และครุ ในบาทคู่มี ภคณ รคณ นคณ และครุ ๒ ตัว ชื่อว่า เกตุมาตี
112.
๑๑๒.
Ākhyānakī tā visame ja, gā go;
(Indavajira)Ja,tā ja,gā go tu same’tha pāde. (upendavajira)
ชื่อว่า อักขยานกี ถ้าในบาทคี่มี ตคณ ตคณ ชคณ และครุ ๒ ตัว (เหมือนอินทรวิเชียร) และในบาทคู่มี ชคณ ตคณ ชคณ และครุ ๒ ตัว (เหมือนอุเปนทรวิเชียร)
113.
๑๑๓.
Ja,tā ja,gā go visame same tu;
(Upendavajira)Tā jo ga,gā ce viparītapubbā. (indavajira)
ถ้าในบาทคี่มี ชคณ ตคณ ชคณ และครุ ๒ ตัว (เหมือนอุเปนทรวิเชียร) และในบาทคู่มี ตคณ ตคณ ชคณ และครุ ๒ ตัว (เหมือนอินทรวิเชียร) ชื่อว่า วิปรีตปุพพา
114.
๑๑๔.
Sa,sa,to sa,la,gā visame same;
Na,bha,bha,rā bhavate hariṇaplutā.
ในบาทคี่มี สคณ สคณ ตคณ สคณ ลหุ และครุ ในบาทคู่มี นคณ ภคณ ภคณ รคณ ชื่อว่า หริณปลุตา
115.
๑๑๕.
Yadi na,na,ra,la,gā na,jā ja,rā,Yadi ca tadā’paravatta micchati.
ถ้าในบาทคี่มี นคณ นคณ รคณ ลหุ และครุ และในบาทคู่มี นคณ ชคณ ชคณ รคณ ชื่อว่า อปรวัตตะ
116.
๑๑๖.
Visama [Pg.199] mupagatā na,nā ra,yā ce;
Na,ja,ja,ra,gā samake ca pupphitaggā.
ถ้าในบาทคี่มี นคณ นคณ รคณ ยคณ และในบาทคู่มี นคณ ชคณ ชคณ รคณ และครุ ชื่อว่า บุปผิตัคคา
Dvayaṃ midaṃ vetālīya’ppabhedo.
ทั้งสองนี้ (อปรวัตตะและบุปผิตัคคา) เป็นประเภทของเวตาลียฉันท์
117.
๑๑๗.
Sā yavādikā matī ra,jā ra,jā tva,Same same ja,rā ja,rā garū bhaveyyuṃ.
ฉันท์นั้นชื่อว่า ยวาทิกามตี ในบาทคี่มี รคณ ชคณ รคณ ชคณ ในบาทคู่มี ชคณ รคณ ชคณ รคณ และครุ
Iti vuttodaye chandasi aḍḍhasamavuttiniddeso nāma
จบการแสดงอัฑฒสมวุตติ ในคัมภีร์วุตโตทัย
Catuttho paricchedo.
ปริจเฉทที่ ๔
5. Visamavuttiniddesa-pañcamapariccheda
๕. ปริจเฉทที่ ๕ วิสมวุตตินิทเทส
118. Na’ṭṭhakkharesu pādesu, snā’dimhā yo’ṇṇavā vattaṃ.
๑๑๘. ในบรรดาบาทที่มี ๘ อักษร ถ้าพยางค์ที่ ๔ (อรรณพ) เป็น ยคณ และไม่เป็น สคณ หรือ นคณ ในตอนต้น ชื่อว่า วัตตะ
119. Samesu sindhuto jena, pathyāvattaṃ pakittitaṃ.
๑๑๙. ในบาทคู่ ถ้ามี ชคณ ในตำแหน่งที่ ๔ (สินธุ) ชื่อว่า ปัถยาวัตตะ
120. Ojesu jena sindhuto, ta’meva vīparītā’di.
๑๒๐. ในบาทคี่ ถ้ามี ชคณ ในตำแหน่งที่ ๔ (สินธุ) ฉันท์นั้นชื่อว่า วิปรีตา
121. Na,kāro ce jaladhito, capalāvatta’micce’taṃ.
๑๒๑. ถ้ามี นคณ ในตำแหน่งที่ ๔ (ชลธิ) ฉันท์นี้ชื่อว่า จปลาวัตตะ
122. Same lo sattamo yassā, vipulā piṅgalassa sā.
๑๒๒. ในบาทคู่ ฉันท์ใดมีลหุเป็นพยางค์ที่ ๗ ฉันท์นั้นชื่อว่า วิปุลา ตามมติของท่านปิงคละ
123. Setavassā’khilesupi.
๑๒๓. ตามมติของท่านเสตวะ (วิปุลา) มีได้ในบาททั้งปวง
124. Bhena’ṇṇavā bha’bbipulā.
๑๒๔. ถ้ามี ภคณ ในตำแหน่งที่ ๔ (อรรณพ) ชื่อว่า ภวิปุลา
125. Eva’maññā ro catutthā.
๑๒๕. ในทำนองเดียวกัน ถ้ามี รคณ ในตำแหน่งที่ ๔ ชื่อว่า รวิปุลา
126. No’ṇṇavā ce navipulā.
๑๒๖. ถ้ามี นคณ ในตำแหน่งที่ ๔ (อรรณพ) ชื่อว่า นวิปุลา
127. To’ṇṇavā tathā’ññā siyā.
๑๒๗. ถ้ามี ตคณ ในตำแหน่งที่ ๔ (อรรณพ) ก็เป็นวิปุลาอีกชนิดหนึ่ง
Vatta’ppabhedo.
จบประเภทของวัตตฉันท์
128.
๑๒๘.
Nadissate’ttha yaṃ chandaṃ, payoge dissate yadi;
Visama’kkharapādaṃ taṃ, gāthā sāmaññanāmato.
ฉันท์ใดไม่ปรากฏในคัมภีร์นี้ แต่ปรากฏในการใช้สอย และมีพยางค์ในแต่ละบาทไม่เท่ากัน ฉันท์นั้นชื่อว่า คาถาสามัญญะ
Iti vuttodaye chandasi visamavutti niddeso nāma
จบการแสดงวิสมวุตติ ในคัมภีร์วุตโตทัย
Pañcamo paricchedo.
ปริจเฉทที่ ๕
6. Chappaccayavibhāga-chaṭṭhapariccheda
๖. ปริจเฉทที่ ๖ ฉัปปัจจยวิภาค
Patthāranaya
วิธีปัตถาระ
129.
๑๒๙.
Patthāre [Pg.200] sabbage pāde, pubbagā’dho lpa’re samā;
Pubbe garu te ca mime, kattabbā yāva sabbalā.
ในการทำปัตถาระ (เมื่อตั้งบาทที่มีครุล้วนแล้ว) พึงวางลหุไว้ใต้ครูตัวแรก พยางค์ที่เหลือเบื้องหลังให้คงเดิม ส่วนพยางค์เบื้องหน้าให้เปลี่ยนเป็นครูทั้งหมด พึงทำเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะเป็นลหุล้วน
Naṭṭhanaya
วิธีหาฉันท์ที่หายไป
130.
๑๓๐.
Naṭṭhassa yo bhaveyya’ṅko, tasmiṃ lo’ddhikate same;
Visame tve’kasahite, bhaveyya’ddhikate garu.
เลขที่พึงมีในฉันท์ที่หายไปนั้น เมื่อเลขนั้นเป็นเลขคู่ หารสองแล้วให้เป็นลหุ แต่เมื่อเป็นเลขคี่ ให้บวกหนึ่งแล้วหารสองให้เป็นครุ
Uddiṭṭhanaya
วิธีหาลำดับของฉันท์ที่กำหนด
131.
๑๓๑.
Ekā’dinukkamena’ṅke, pubbādho dviguṇe likhe;
Missakehi lahuṭṭhehi, se’kehu’ddiṭṭhakaṃ bhave.
ให้เขียนเลขเรียงลำดับจากหนึ่งเป็นต้นไป โดยทวีคูณขึ้นตามลำดับไว้ข้างใต้ตัวก่อนๆ, ผลรวมของเลขที่ตรงกับตำแหน่งลหุบวกด้วยหนึ่ง พึงเป็นลำดับของฉันท์ที่กำหนด
Sabbagalakriyanaya
วิธีทำครุและลหุทั้งหมด
132.
๑๓๒.
Vutta’kkhara samā saṅkhyā, likkhya seko’parū’pari;
Ekekahīna mekādi, nu’ṭṭhāne sabbagādikaṃ.
ให้เขียนจำนวนเลขเท่ากับจำนวนอักษรในฉันท์ไว้เบื้องบนซ้อนกันขึ้นไปโดยบวกเพิ่มอีกหนึ่ง, ให้ลดลงทีละหนึ่งจากหนึ่งเป็นต้นไป เพื่อหาจำนวนฉันท์ที่มีครุล้วนเป็นต้น
Vuttasaṅkhyānaya
วิธีคำนวณจำนวนฉันท์
133.
๑๓๓.
Garukriyā’ṅka sandohe, bhave saṅkhyā vimissite;
Uddiṭṭha’ṅka samāhāro, se’ko ve’maṃ samā’naye.
ในฉันท์ที่มีครุและลหุผสมกันนั้น จำนวนรวมของเลขที่ได้จากการทำครุพึงเป็นสังขยา, หรือผลรวมของเลขที่กำหนดบวกด้วยหนึ่ง พึงนำมาซึ่งสังขยานี้
Vuttaaddhānaya
วิธีหาเนื้อที่ของฉันท์
134.
๑๓๔.
Saṅkhyeva dviguṇe’kūnā, vitthārā’yāmasambhavā;
Vuttassa’ddha’ntarānañca, garulānañca aṅgulaṃ.
สังขยานั้นเองทวีคูณแล้วลดลงหนึ่ง พึงเป็นความกว้างและความยาวที่เกิดขึ้น ของฉันท์และช่องว่างระหว่างฉันท์ และของครุและลหุทั้งหลาย โดยกำหนดเป็นหนึ่งนิ้ว
Iti vuttodaye chandasi chappaccayavibhāgo nāma
ชื่อว่า ฉัพปัจจัยวิภาค ในวุตโตทัยฉันท์
Chaṭṭho paricchedo.
ปริจเฉทที่ ๖
Nigamana
บทนิคมน์
135.
๑๓๕.
Sela’ntarā’yatana [Pg.201] vāsika sīla’tthera,Pādo garu gguṇagaru jjayataṃ mame’so;
Yassa ppabhāva’mavalamba maye’disopi,Sampādito’bhimata siddhikaro parattho.
ขอรอยเท้าของพระสีลเถระผู้พำนักอยู่ในเสลันตรายตนะ ผู้หนักด้วยคุณธรรม จงรุ่งเรืองแก่ข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าอาศัยอานุภาพของท่าน จึงได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอันให้สำเร็จสิ่งที่ปรารถนาเช่นนี้ให้สำเร็จแล้ว
136.
๑๓๖.
Parattha sampādanato, puññenā’dhigatena’haṃ;
Parattha sampādanako, bhaveyyaṃ jāti jātiyaṃ.
ด้วยบุญที่ข้าพเจ้าได้จากการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นนั้น ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นในทุกๆ ชาติไป
137.
๑๓๗.
Avalokita mattena, yathā chappaccayā mayā;
Sādhitā sādhayante’va, micchitatthampi pāṇinoti.
ปัจจัย ๖ ประการที่ข้าพเจ้าได้ทำให้สำเร็จแล้วเพียงด้วยการพิจารณาฉันใด ขอปัจจัยเหล่านั้นจงยังประโยชน์ที่สัตว์ทั้งหลายปรารถนาให้สำเร็จฉันนั้นเถิด
Iti saṅgharakkhitamahāsāmittherena viracitaṃ
วุตโตทัยปกรณ์ที่พระสังฆรักขิตมหาสามิเถระรจนาแล้ว
Vuttodayappakaraṇaṃ pariniṭṭhitaṃ.
วุตโตทัยปกรณ์จบสมบูรณ์แล้ว